เมื่อบัญญัติศัพท์ คีตวรรณกรรม ขึ้นเป็นครั้งแรกในวงการภาษาไทยแล้ว นายสมปอง ได้เป็นผู้นำกลุ่มเพื่อนนักศึกษาประมาณ ๑๐ คน ช่วยกันทำกิจกรรมเผยแพร่คีตวรรณกรรม ตามแนวนิยามข้างต้นด้วยการทำสื่อแถบเสียงออกจำหน่ายได้รับความนิยมนำไปใช้ในการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยตามสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศเป็นการจุดประกายให้มหาวิทยาลัย ศิลปากรตระหนักถึงความสำคัญ จนกระทั่งได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการสอนภาษาไทยแนวคีตวรรณกรรม ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ครู-อาจารย์ ผู้สอนภาษาไทย จากหลายสถาบันทั่วประเทศได้มีโอกาสมาขับขานเอ่ยเอื้อนท่วงทำนองของไทยโบราณหลากหลายทำนองร่วมกันในที่ประชุม เช่น ทำนองเสนาะ เสภา เห่เรือ เพลงไทย สวดโอ้เอ้วิหารราย เห่กล่อมพระบรรทม ฯลฯ การจัดประชุมในลักษณะนี้กับครู - อาจารย์ทั่วประเทศไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงนับได้ว่าการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การสอนภาษาไทย แนวคีตวรรณกรรม เป็นการริเริ่มสร้างบรรทัดฐานการศึกษาวรรณคดีตามแนวที่โบราณจารย์ได้สร้างสรรค์ไว้ เป็นการรื้อฟื้นภูมิปัญญาของบรรพชนด้านคีตศิลป์ ที่สัมพันธ์กับงาน วรรณกรรม นำมาปรับใช้กับการเรียนการสอนภาษาไทย โดยเฉพาะวรรณคดีไทย เพื่อให้เกิดความซาบซึ้งเข้าถึงอรรถรสของวรรณคดีอย่างได้ผลมากกว่าการ อ่านในใจธรรมดา ต่อมา พ.ศ. ๒๕๓๒ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญขออนุญาตจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการคีตวรรณกรรมขึ้นอีกวาระหนึ่ง นับเป็นครั้งที่ ๒ โดยครั้งนี้ ได้รับ พระมหากรุณาธิคุณให้เป็นโครงการในพระราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีกลุ่มคีตวรรณกรรมเป็นแกนนำในด้าน วิชาการ และในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยยังได้จัดอบรมเพื่อฝึกฝนให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดทักษะอย่างจริงจังมากขึ้น มีการฝึกปฏิบัติการอย่างเข้มข้นมากขึ้นกว่าการประชุม เชิงปฏิบัติการ ๒ ครั้งที่เคยจัดมา ปัจจุบัน คำศัพท์ “คีตวรรณกรรม” และกิจกรรม ที่คณะนักศึกษากลุ่มคีตวรรณกรรมได้ริเริ่มไว้ในอดีต ได้แพร่หลายกระจายไปสู่แวดวงการศึกษาและ ศิลปวัฒนธรรมกว้างขวางมากขึ้น โดยมีสถาบันการศึกษาหลายแห่งนำไปบรรจุเป็นชื่อรายวิชาในหลักสูตรของสถาบันหรือเป็นชื่องานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์เป็นจำนวนมาก นับได้ว่าการริเริ่มของนักศึกษากลุ่มคีตวรรณกรรม เมื่อกว่า ๒๐ ปี ที่ผ่านมา ก่อเกิดอานิสงส์สืบเนื่องมาถึงปัจจุบันอย่างสำคัญยิ่ง บัดนี้ กลุ่มคีตวรรณกรรมได้พัฒนาองค์กรขึ้นเป็นกองทุนคีตวรรณกรรม โดยมีภารกิจเพื่อสืบสานวัฒนธรรมทางภาษาของชาติ ในรูปแบบของการจัดกิจกรรมอบรมครู และนักเรียนสัญจร ไปทั่วประเทศ และการจัดทำสื่อเพื่อเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอนภาษาไทย บทส่งท้าย กองทุนคีตวรรณกรรม แม้เป็นเพียงองค์กรภาคประชาชนมิได้สังกัดภาคส่วนราชการ แต่ได้รับเกียรติและความไว้วางใจจากองค์กรภาครัฐและเอกชน รวมทั้งบรรดาครู-อาจารย์ผู้รัก วัฒนธรรมไทยหลายท่านได้ร่วมมือร่วมใจและเปิดโอกาสให้กองทุนฯ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการต่าง ๆ ที่ทางราชการและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศเป็นผู้จัดขึ้น อาทิ โครงการรักการอ่าน เป็นต้น
|
|